เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา VDW หรือสมาคมผู้ผลิตเครื่องจักรกลเยอรมัน (German Machine Tool Builders’ Association) ตีพิมพ์บทความ “New corporate culture in smart factories” ว่าด้วยวัฒนธรรมองค์กรในยุคของโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory ซึ่งทางสมาคมเปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Inteliigence: AI) จะเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สายการผลิตที่สุด นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรที่พนักงานทุกระดับจำเป็นต้องมีทักษะ อำนาจ และความรับผิดชอบในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น
“ระบบที่ชาญฉลาด” จะมาพร้อมความรับผิดชอบในการตัดสินใจ
ศาสตราจารย์ Gisela Lanza แสดงความเห็นว่า Smart Factory และโรงงานในอนาคตมีแนวโน้มที่ขอบเขตการทำงานของพนักงานจะเลือนลางลง วิศวกรหนึ่งคนที่แต่เดิมควบคุมเครื่องจักรเพียงเครื่องเดียวอาจต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้ควบคุมเครื่องจักรทั้งระบบ ส่วน Jörn Steinbeck เสริมว่าหัวหน้างานจะต้องก้าวขึ้นมาดูแลทั้งโรงงานแทนสายการผลิต ในขณะที่ผู้จัดการโรงงาน จะต้องคำนึงถึงซัพพลายเชนโดยรวมอีกด้วย
โดย AI และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จะเข้ามาทดแทนกระบวนการเล็กน้อย เช่น การจัดทำรายงานประจำเดือน และการแจ้งเตือนข้อผิดพลาดในระบบ ไปจนถึงการแก้ปัญหาที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งจะทำให้ผู้ควบคุมเครื่องจักรกลต้องการทักษะการแก้ปัญหาที่สูงขึ้น
ในอนาคต การตัดสินใจในโรงงานจะไม่รวมอยู่ที่ศูนย์กลางแต่เพียงจุดเดียวอีกต่อไป ทำให้พนักงานในทุกระดับ โดยเฉพาะพนักงานระดับสูง จำเป็นต้องลดบทบาทการรวมศูนย์อำนาจแบบดั้งเดิม และเปลี่ยนจุดยืนไปอยู่ในฐานะผู้ฝึกทักษะในการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับพนักงาน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีความยากลำบากในการเปลี่ยนผ่านมากกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม VDW ย้ำว่าไม่ควรให้ปัญหานี้กลายเป็นอุปสรรคใน การเข้าสู่ยุค Industry 4.0 และกระบวนการ Digitalization ยิ่งเกิดขึ้นเร็วก็ยิ่งดี
ที่มา : M Report