อุตสาหกรรมยานยนต์เจอวิกฤตหนัก การผลิตชิ้นส่วนต้องล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน

ทั้งจากการระบาดของโควิด ชิปเซมิคอนดักเตอร์ขาดตลาด ภัยธรรมชาติจากคลื่นความเย็นในสหรัฐอเมริกาทำให้โรงงานชิ้นส่วนต้องหยุดการผลิต และเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตชิปยานยนต์ในญี่ปุ่น จึงเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับปีนี้

 

วิกฤตชิปขาดตลาดเกิดจากอะไร?

อุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงปลายปี 2563 จากการระบาดของโควิด และความต้องการผลิตภัณฑ์ไอทีจำพวกคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่พุ่งสูงจากความต้องการ Work from Home และปัญหานี้ได้ยกระดับความรุนแรงขึ้น เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซัมซุงจำเป็นต้องหยุดการผลิตในสหรัฐฯ จากวิกฤตคลื่นความเย็นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่ง Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากเยอรมนีเปิดเผยว่า การซัพพลายเซมิคอนดักเตอร์อาจต้องใช้เวลอีกอย่างน้อย 2 เดือน จึงจะสามารถฟื้นกลับมาเทียบเท่าก่อนหน้าการระบาดของโควิดได้

 

ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่า อีกไม่กี่เดือนการซัพพลายชิปเซมิคอนดักเตอร์จะกลับมาเป็นปกติ แต่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ได้แสดงความเห็นสวนทางกัน โดยฝ่ายบริหารค่ายรถรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า หากพิจารณาเวลาที่ต้องใช้ในการจัดหาเครื่องจักรใหม่ ไปจนถึงการจัดส่งแล้ว อาจทำให้เกิดช่องว่างหากไม่สามารถเริ่มผลิตได้ก่อนที่ชิปในสต๊อกจะหมดลง ซึ่งจะทำให้ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์รุนแรงขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตยานยนต์อีกรายเสริมว่า สถานการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าขั้นน่าเป็นห่วง

 

นอกจากเซมิคอนดักเตอร์แล้ว ปัญหาคลื่นลมเย็นยังส่งผลกระทบต่อชิ้นส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนจากเคมีภัณฑ์จำพวกยางและพลาสติก โดยโตโยต้าและฮอนด้ารายงานว่าปัจจุบันผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนวัสดุสำหรับการผลิตถุงลมนิรภัยซึ่งใช้ไนลอนเป็นวัสดุหลักขณะเดียวกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายหนึ่งเปิดเผยว่า การขาดแคลนยางและพลาสติกส่งผลกระทบรุนแรงต่อชิ้นส่วนยานยนต์หลายชนิดกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีที่วัสดุเหล่านี้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย และซัพพลายเออร์หลายรายก็เริ่มฟื้นกำลังการผลิตได้แล้ว 

 

จบในปีนี้หรืออีก 3 ปี? ความเห็นที่แตกต่างของสหรัฐฯ จีน และไต้หวัน

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรเพื่อนวัตกรรมยานยนต์ (Alliance for Automotive Innovation: AAI) คาดการณ์ตรงกับหลายบริษัทว่า ปัญหาชิปขาดตลาด และการผลิตชิ้นส่วนที่ล่าช้าจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงเดือนมิถุนายน ในขณะที่สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนคาดการณ์ว่าจะดำเนินไปถึงไตรมาสที่ 3 

 

เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา Masataka Kunugimoto นักวิเคราะห์จาก Capital Nomura Securities ได้เปิดเผยรายงานที่รวบรวมมาจากค่ายรถญี่ปุ่นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตยานยนต์ทั่วโลกรวม 900,000 คันในไตรมาสที่ 2 และ 450,000 คันในไตรมาสที่ 3 และแสดงความเห็นว่าการขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์จะเป็นอุปสรรคทางธุรกิจของค่ายรถในปีนี้

 

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน TSMC ผู้เล่นเบอร์หนึ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ยังคาดการณ์ว่า วิกฤตขาดแคลนชิปในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนจะสิ้นสุดลงในปี 2022 และในอุตสาหกรรมยานยนต์จะสิ้นสุดลงในปี 2023 ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มีแนวทางร่วมแก้ไขปัญหานี้ด้วยการประกาศลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเป็นมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ 

 

 

ที่มา : M Report